แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูสอยดาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูสอยดาว แสดงบทความทั้งหมด

รู้จักกับ คุ่น แมลงตัวน้อย ที่คอยกวนใจ คนเดินทาง

รู้จักกับ คุ่น แมลงตัวน้อย ที่คอยกวนใจ คนเดินทาง
ตัวคุ่น มีมานานแล้วแต่ว่าพวกเราไม่ค่อยรู้จักมันเท่าไร่ 
เวลาโดนกัดก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร จู่ๆ ก็มีตุ่มแดงๆ แล้วก็มีตุ่มเลือด 
ตัวคุ่นมีลักษณะคล้ายๆ ตัวแมงหวี่ บินได้เหมือนยุงแต่ตัวใหญ่กว่า 














วิธีการจัดการกับคุ่น ใช้มือตบ เวลากันเกาะ เราก็ตบก่อนที่มันจะกัด เวลาเราเห็นมันบินก็ใช้สองมือเราตบเหมือนตบยุง คุ่นจะมีเพดานบินต่่าและบินช้าเราจึงเลือกเป้าและตบมันได้ง่าย เปรียบเทียบกับยุง ยุงจะบินเร็วโฉบไปโฉบมาเห็นแว๊บๆ หาย แต่คุ่นบินช้า ตบง่าย นี่คือมาตรการขั้นสุดท้าย บางทีเราเผลอไม่ทันได้ระวังตัวก็โดนมันกัดซะแล้ว แบบนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 

วิธีการรักษาเฉพาะหน้า ล้างมือให้สะอาด บีบเอาตุ่มเลือดที่คั่งอยู่ใต้ผิวหนังออก แล้าล้างแผลให้สะอาด ทาด้วยเบต้าดีน เพื่อป้องกันการอักเสษของแผล วิธีการป้องกัน กันไว้ดีกว่าแก้ ไม่ต้องเสียเวลาตบ ให้ทาบริเวณส่วนของผิวหนังที่ไม่มีอะไรห่อหุ้มด้วยน้่ามันตะไคร้หอมก็ใช้ได้ผล 

 ตัวคุ่นเขายังไม่รู้จักแล้วจะผลิตยาป้องกันมาได้อย่างไร ทาบริเวณผิวหนัง คุ่นมันได้กลิ่นก็ไม่กล้าลงเกาะ ได้แต่บินลาดตะเวนผ่านไปผ่านมาเฉยๆ วิธีการทดสอบว่ายาสูตรไหนใช้ได้ผล ให้ท่าดังนี้ ขาเรามีสองขา แขนเรามีของแขน  ให้ทายาหรือทาน้่ามันสูตรไหนก็แล้วแต่ที่คุณมั่นใจ ให้ทาข้างใดข้างหนึ่ง เช่น ทาขาข้างขวา แขนข้างขวา เว้นด้านซ้ายไว้ไม่ต้องทา แล้วคอยดูว่าคุ่นมันจะมากัดด้านไหน ไม่ใช่ดูอย่างเดียวนะให้คอยตบมันด้วย แล้วจะรู้ว่าน้่ามันที่ท่านใช้ได้ผลหรือไม่ วิธีการป้องกันง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งคือ ใส่เสื้อผ้ามิดชิดไม่เปิดเผยเป้าให้คุ่นโจมตีได้ง่าย เช่น ใส่เสื้อแขนยาวไม่ใส่เสื้อแขนกุด ใส่กางเกงขายาวไม่ใส่กางเกงขาสั้น ส่วนใบหน้าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมันอยู่ใกล้ตาคอยระวังภัยอยู่แล้ว คุ่นบินมาเราก็จะสังเกตุเห็นก่อนที่มันจะเกาะและกัด เพียงเท่านี้ เมื่อเราต้องเดินป่า  เราก็สามารถสบายใจได้ว่ากลับมาแล้วผิวเรายังสวยเหมือนเดิม


(ขอบคุณ รูปภาพ และบทความ จาก อินเตอร์เนท)

หน้าฝนนี้เที่ยวไหนดี แนะนำที่เที่ยวหน้าฝน

หน้าฝนนี้เที่ยวไหนดี แนะนำที่เที่ยวหน้าฝน











ฤดูฝน เป็นฤดู ที่หลายคน ไม่ค่อยชอบเพราะจะเดินทางไปไหนก็ลำบาก เปียก เฉอะแฉะ
ที่เดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ลำบาก ไม่สนุก แต่ ยังมีที่เที่ยว หรือสถานที่ที่เหมาะจะเดินทางท่องเที่ยวในฤดูฝน มาแนะนำกันครับ ลองดูมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

1.ปาย แม่ฮ่องสอน























ใครๆอาจจะมองว่า ปายเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในหน้าหนาว แต่ปายในหน้าฝน
ก็มีเสนห์ไปอีก จะได้สัมผัสถึง ไปหมอกยามเช้า บรรยากาศ ธรรมชาติที่เขียวขจี
ผู้คนไม่เยอะเหมือนช่วงหน้าหนาว และที่สำคัญ ราคาค่าห้องพัก และ ค่าใช้จ่ายต่างๆ
ค่อนข้างถูกกว่าช่วงหน้าหนาวครับ  


























2 ล่องแก่งลำน้ำเข็ก พิษณุโลก















หากคิดจะท่องเที่ยวกับสายน้ำในฤดูฝนอย่างนี้ การล่องแก่งเป็นทางเลือกที่ท้าทาย หัวใจนักผจญภัยที่สุด และการล่องแก่งที่ลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ยิ่งถือเป็นการท้าทายสุดๆ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ

























3.นาขั้นบันไดที่แม่แจ่ม แม่กลางหลวง เชียงใหม่














เมืองเล็กๆท่ามกลางขุนเขา นาข้าวขั้นบันไดสีเขียวในหน้าฝน ที่นี่แม่แจ่ม
สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน บรรยากาศสบาย ท่ามกลางธรรมชาติ 
พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาสัมผัส

























4.สวนผึ้ง ราชบุรี














เมืองท่องเที่ยว ไม่ไกลจาก กทม. สถานที่พักผ่อนไม่ต้องเดินทางไกล
ทีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชมแกะ แช่น้ำพุร้อน และเป็นที่ชม ทะเลหมอก ยามเช้าที่เขากระโจม อีกด้วย

























5.ภูสอยดาว อุตรดิตถ์















เดินป่าหน้าฝนเป็นกิจกรรมที่ท้าทาย สำหรับนักเดินทาง  ภูสอยดาว เป็นสถานที่ ซึ่งเหมาะกับการเที่ยวหน้าฝน เพราะจะได้ชมทุ่งดอกไม่ที่สวยงามบนลานสน พร้อมอากาศที่แสนสดชื่น 
จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาด

















































6.ภูทับเบิก เพชรบูรณ์















ทะเลหมอกท่ามกลางทุ่งกะหล่ำ ที่แสนโรแมนติก ภูทับเบิกจึงเป็นสถานที่ ที่ไม่ควรหลาด
ในการชมทะเลหมอกยามเช้าในหน้าฝน



























7.เขาค้อ เพชรบูรณ์















ทะเลหมอกยามเช้า และหมอกบางๆที่ลอยอยู่รอบๆตัว
อากาศเย้นสบายในฤดูฝน เขาค้อจึงเป็นที่ที่ไม่ควรพลาด



























8.ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิ






















ทุ่งสีชมพู ของดอกกระเจียว ที่ อช.ป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ
เป็นที่สถานที่อีก แห่งที่ไม่ควรพลาด ในฤดูท่องเที่ยวหน้าฝน


























9.สังขละบุรี กาญจนบุรี















เมืองแห่งสายน้ำ ตะวันตก เมืองที่มีเสน่ห์สวยงามและเงียบสงบ
สมารถเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ถ้ามาหน้าฝน ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศที่เย็นสบาย กับไอหมอกยามเช้า และชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวมอญ


















หน้าฝนยังมีที่เที่ยวที่มีเสน่ห์อีกมากมาย ลองออกไปชื่นชมสิ่งที่สวยงามในวันฝนพรำดูกันนะครับ

ทริปเดินทางสวรรค์บนดิน ชิวๆที่ ภูสอยดาว

ทริปเดินทางสวรรค์บนดิน ชิวๆที่ ภูสอยดาวอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก
ทีมงาน ฅ.เดินทาง 
เดินทางสู่ ภูสอยดาว โดยเรามีทริป เที่ยวที่ ภูสอยดาวกัน 3 วัน 2 คืน โดยเริ่มเดินทางจาก รถยนต์ ส่วนตัว เริ่มเดินทางจาก กทม. คืนวันศุกร์ เวลา ประมาณ 22.00 น.แล้วถึงจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว 




















เราถึง ตัว อำเภอ ชาติตระการ เวลา ประมาณ 05.00 น. เราแวะ ซื้อ อาหารและของสดกันที่ นี่
เพราะบนลานสน ภูสอยดาว ไม่มี ร้านค้าหรือร้านอาหารใด เราต้องเตรียม อุปกรณ์ทำครัว และ
อาหารทุกอย่างขึ้นไปเองทั้งหมด
หลังจากนั้นเวลา ประมาณ 07.30 น. เราก็ถึงบริเวณน้ำตก ภูสอยดาว ซึ่งเป็น  จุดบริการนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นสู่ ลานสน























ณ จุดบริการนักท่องเที่ยว จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าเข้าอุทยาน ค่ากางเต๊นท์ ค่าประกันขยะ และเราสามารถติดต่อ จ้างลูกหาบได้ที่นี่ แต่ทางที่ดีควรติดต่อจองลูกหาบล่วงหน้า
ที่หมายเลข โทรศัพท์ 0 5543 6001-2  และที่อุทยาน ยังมีเต๊นท์ ถุงนอน แผ่น รองนอนไว้ให้เช่าอีกด้วย

หลังจากที่เราติดต่อลูกหาบ และ จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆเรียบร้อยแล้ว เวลา ประมาณ 08.30เราก็เริ่มเดินเท้าขึ้นสู่ลานสน ระยะทางขึ้นสู่ลานสนเป็นทางขึ้นเขามี ช่วงที่ชันเป็นระยะ มีทั้งหมด  5 เนิน เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ รวมระยะ ทางประมาณ 6.5 กม. ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชม.





















การเดินทางขึ้น ลานสน สิ่งที่ควร เตรียม คือ เสื้อกันฝน เพราะระหว่างทาง เราอาจจะเจอกับฝนที่ตกลงมาได้ทุกเมื่อ อาหารกลางวัน ที่เราต้องทานระหว่างทาง น้ำดื่ม  ยาทากันแมลง
ทีมงานเราใช้เวลาเดินทางกันเรื่อยๆใช้เวลาประมาณ 4.30 ชม. ก็ถึง ลานสนภูสอยดาว




















ถึงลานสนแล้วเราก็จัดการ กางเต๊นท์ และเตรียมอาหารเย็น ข้างบนลานสน มีบริการ ถังน้ำให้เช่า สำหรับ ตักน้ำที่ลำธาร หรือ น้ำฝนมาใช้ 
ส่วนห้องน้ำมีบริการเป็นห้อง แต่ต้องตักน้ำจากลำธารเข้าไปใช้ในห้องน้ำเอง




















หลังจากจัดการกางเต๊นท์ทำอาหารเย็นเราก็พักผ่อนจากที่เดินเหนื่อยมา ถ่ายรูปบ้างคุยกันตั้งวงสนทนา อาบน้ำตามอัธยาศํย และก็ไปชมพระอาทิตย์ตก บริเวณ จุดชมวิวกัน
พอมืดก็แยกย้ายกันเข้านอน ถ้าใครไม่ง่วงก็นั่งคุยกัน ตามประสา คนเดินทาง แต่โชคดี วันที่เราไปฟ้าเปิด จึงได้นอนดูดาวที่ภูสอยดาว ฟินสุดๆเลยครับ
เช้าอีกวัน หลังจากที่เรานอนพักกันแล้ว ก็ตื่นมาจัดการอาหารเช้าที่เราเตรียมมา เรียบร้อยเราก็เริ่มเดินชมลานสนกัน เริ่มจากน้ำตก สายทิพย์ ทางลงค่อนข้างลื่น แต่ลงไปแล้วก็สวยงามมากๆครับ แถมน้ำก็เย็นสุดๆเลยที่เดียว




















ขึ้นจากน้ำตก แล้วเราก็พักทานอาหารกลางวัน กัน แล้วก็ออกเดินเที่ยวกันต่อไปยังหลักเขตแดน ไทย-ลาว และจุดชมวิวต่างๆ บอกว่า โรแมนติกมากๆ ครับ






















แล้วก่อนเราจะก็จัดการอาหารเย็น มีสายฝนโปรยมาเล็กน้อย หลังจาก ฝนซาเราก็ถือว่าโชคดีอีกครั้ง ที่มีรุ้งกินน้ำมาให้เราได้ชมกันสวยจริงๆ





















หลังจากทานอาหารเย็น เราก็นอนพักผ่อน เพื่อเดินทางกลับในรุ่งเช้า
เช้าวันสุดท้ายเราจัดการอาหารเช้า และไม่ลืมเตรียมอาหารเที่ยงเพื่อทานระหว่างทาง




















เวลา ประมาณ 9.00 เราเริ่มเดินลงจากลานสน โดยลูกหาบเป็นชุดเดิมเรานัดไว้ ตั้งแต่วันที่เราขึ้น
ขาลงเราใช้เวลา ประมาณ 3 ชม. เราแวะเล่นน้ำกันที่ น้ำตก ภูสอยดาว ด้านล่าง ขาลงเราควรเตรียม ชุดใส่กลับและอุปกรณ์อาบน้ำ ติดตัวลงมาเพราะบางที่เรามาถึงก่อนลูกหาบ จะได้อาบน้ำได้เลย ไม่ต้องรอ เราทานอาหาร  ระหว่างทาง  ก่อนจะเดินทางกลับ กทม.โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจ ณ  ภูสอยดาว......
เพิ่มเติมเล็กน้อย......

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ครับ

  • ค่าบัตรผ่านเข้าอช. ผู้ใหญ่ 40 
  • ค่าธรรมเนียม รถยนต์ คันล่ะ 30 บ. 
  • เอาเต็นท์มาเองเสียค่ากางเต็นท์ คนล่ะ 30 / คืน
  • ค่าลูกหาบกิโลกรัมล่ะ 35 บ
  • แผ่นรองนอน 20 / คืน
  • ถุงนอน 30 บ./คืน 
  • ถังน้ำใช้ข้างบนพร้อมขัน ถัง 20 บาท/ วัน

ช่วงเวลาที่เหมาะเที่ยว ภูสอยดาว จะเป็นช่วงหน้าฝน คือประมาณ เดือน กรกฏาคน ถึง กันยายน แต่ใครอยากไปเที่ยวช่วงหน้าหนาว ก็สามารถไปได้แต่จะสวยไปอีกแบบ แต่ต้องสอบถามทางอุทยานก่อนนะครับว่าเปิดให้ขึ้นได้ถึงเมื่อไร
ภูสอยดาว ไม่มีตัวทาก แต่จะมี  ตัวคุ่น ที่ กัดแล้ว คันมากเลยที่เดียว