แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หน้าฝน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หน้าฝน แสดงบทความทั้งหมด

คนเดียว เที่ยว ปาย หน้าฝน

คนเดียว เที่ยว ปาย หน้าฝน 












ปาย  เมืองท่ามกลางขุนเขา และไอหมอกที่ใครหลายๆคน  ใฝ่ฝันอยากไปเยือน และบางคนอาจจะคิดว่าเป็นเมืองที่เที่ยวได้ในช่วงหน้าหนาว แต่ผมอยากจะเสนอมุมมองใหม่ๆคือเที่ยว ปาย ในหน้าฝน

ฅ.เดินทาง  ทริปนี้ เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เนื่องจาก เป็นวันหยุดยาว ช่วงเข้าพรรษา
เป็นเวลา 3 วัน ไม่รู้จะไปไหนดี จึงเก็บของเดินทาง ไปสถานีขนส่ง หมอชิต โดยไม่ได้วางแผนว่าจะไปไหนต่อ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล รถโดยสารไปจังหวัดต่าง ส่วนมากจะเต็ม 
เดินผ่านช่องขายตั๋วรถเชียงใหม่ ว่างพอดีเลย จัดการซื้อตั๋วเดินทางสู่เชียงใหม่เลย 
รถมาถึงเชียงใหม่ประมาณ 07.30 น.























หลังจากทำธุระส่วนตัวล้างหน้า ทานอาหารเช้า ก้คิดว่าจะไปไหนต่อดี พอดีเห็นรถโดยสารไป อ.ปาย น่าสนใจดี และยังไม่เคยไปปายด้วย จึงซื้อตั๋วแล้วออกเดินทางเวลา ประมาณ 09.00 น.






















ใช้เวลาเดินทางประมาณ  3 ชั่วโมง กว่าๆ ก้ถึง สถานีขนส่งปาย 
เมื่อไปถึงก็ติดต่อเช่ารถเลย เพื่อจะได้วิ่งหาที่พัก  เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ราคา เช่ารถมอเตอร์ไซค์ จึงถูกกว่าช่วงหน้าหนาว ราคาเช่ารถอยู่ที่วันละ 150 บาท






















เมื่อไดัรถเรียบร้อยแล้ว ก็ขี่รถไปหาบ้านพักครับ  ได้บ้านพักใกล้ตัวเมืองปาย เป็นกระท่อม ติดแม่น้ำไม่มีแอร์ นะครับ เพราะอากาศเย็นสบาย อยู่แล้ว ราคาคืนละ 400 บาท






















เพราะค่อนข้างเหนื่อยจากการเดินทาง หลังทานอาหารกลางวันแล้วก็เลยนอนพักครับ
ก่อนที่ตอนเย้น จะอกไปถ่ายรูปงานเวียนเทียน วัน อาสาฬหบูชา
























และหลังจากเวียนเทียนแล้ว ก็ ไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินปาย ครับ ช่วงหน้าฝนคนไม่เยอะอากาศเย็นสบาย เดินชิวๆเลย ครับ

























เมื่อได้ของฝาก ก็กลับมานอนพักผ่อนครับ
เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นเช้าหน่อยเพื่อไปถ่ายรูปไอหมอกยามเช้า


























และมานั่งจิบกาแฟ ทานอาหารเช้า แล้วไปขี่รถชมเมืองปายกัน
ที่แรกคือ โป่งน้ำร้อนท่าปาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อยู่ไม่ไกลตัวเมืองปาย โดยผ่านไปทางสะพานประวัติศาสตร์ปาย
























แล้วไปต่อที่ สะพานประวัติศาสตร์ ปาย ซึ่ง อยู่ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 88 หากมาจาก เชียงใหม่จะอยู่ ก่อนถึงตัวเมืองปาย ครับ





























และก่อนจะกลับเข้าเมืองปาย แวะเที่ยวต่อ ที่ กองแลน



























และเข้าไปทานอาหารกลางวันที่ ตัวเมืองปาย ครับ
และก็ขี่รถไปต่อที่ หมู่บ้าน สันติชล ซึ่ง อยู่ห่างจากตัวอำเภอปาย 4.5 ก.ม. เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่นำเสนอเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ของชาวจีนยูนนาน






















หลังจากนั้น ก็กลับเข้าสู่เมืองปาย ชมขบวนแห่เทียน พรรษา




























และทานอาหารเย็น ก่อนกลับไปที่พัก ก็แวะไปจองรถขากลับเชียงใหม่ เที่ยว เวลา 09.00 น.
และกลับไปนอนพัก เอาแรง 
เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้า ไปชมอากาศยามเช้าเมืองปายอีกครัง อากาศเย็นสบายมาก เพราะเมื่อคืนมีฝนตก ลงมา



























แล้วกลับมาเก็บของ เดินทางกลับถึงเชียงใหม่ เวลาประมาณ 12.30 น. แล้วเดินทาง กลับกทม โดย สวัสดิภาพ

เพิ่มเติมนิดหน่อย.....
เมืองปาย ยังมีที่เที่ยว อีก เช่น ทะเลหมอกหยุนไหล  ระหว่างทาง ไปปาย ถนน ค่อนข้าง เป็นทางโค้ง ขึ้นลงเขา ถ้าหากขับรถไปเอง ผู้ขับขี่ควรจะมีทักษะ ในการขับรถพอสมควร

ทริปเดินทางสวรรค์บนดิน ชิวๆที่ ภูสอยดาว

ทริปเดินทางสวรรค์บนดิน ชิวๆที่ ภูสอยดาวอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก
ทีมงาน ฅ.เดินทาง 
เดินทางสู่ ภูสอยดาว โดยเรามีทริป เที่ยวที่ ภูสอยดาวกัน 3 วัน 2 คืน โดยเริ่มเดินทางจาก รถยนต์ ส่วนตัว เริ่มเดินทางจาก กทม. คืนวันศุกร์ เวลา ประมาณ 22.00 น.แล้วถึงจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว 




















เราถึง ตัว อำเภอ ชาติตระการ เวลา ประมาณ 05.00 น. เราแวะ ซื้อ อาหารและของสดกันที่ นี่
เพราะบนลานสน ภูสอยดาว ไม่มี ร้านค้าหรือร้านอาหารใด เราต้องเตรียม อุปกรณ์ทำครัว และ
อาหารทุกอย่างขึ้นไปเองทั้งหมด
หลังจากนั้นเวลา ประมาณ 07.30 น. เราก็ถึงบริเวณน้ำตก ภูสอยดาว ซึ่งเป็น  จุดบริการนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นสู่ ลานสน























ณ จุดบริการนักท่องเที่ยว จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าเข้าอุทยาน ค่ากางเต๊นท์ ค่าประกันขยะ และเราสามารถติดต่อ จ้างลูกหาบได้ที่นี่ แต่ทางที่ดีควรติดต่อจองลูกหาบล่วงหน้า
ที่หมายเลข โทรศัพท์ 0 5543 6001-2  และที่อุทยาน ยังมีเต๊นท์ ถุงนอน แผ่น รองนอนไว้ให้เช่าอีกด้วย

หลังจากที่เราติดต่อลูกหาบ และ จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆเรียบร้อยแล้ว เวลา ประมาณ 08.30เราก็เริ่มเดินเท้าขึ้นสู่ลานสน ระยะทางขึ้นสู่ลานสนเป็นทางขึ้นเขามี ช่วงที่ชันเป็นระยะ มีทั้งหมด  5 เนิน เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ รวมระยะ ทางประมาณ 6.5 กม. ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชม.





















การเดินทางขึ้น ลานสน สิ่งที่ควร เตรียม คือ เสื้อกันฝน เพราะระหว่างทาง เราอาจจะเจอกับฝนที่ตกลงมาได้ทุกเมื่อ อาหารกลางวัน ที่เราต้องทานระหว่างทาง น้ำดื่ม  ยาทากันแมลง
ทีมงานเราใช้เวลาเดินทางกันเรื่อยๆใช้เวลาประมาณ 4.30 ชม. ก็ถึง ลานสนภูสอยดาว




















ถึงลานสนแล้วเราก็จัดการ กางเต๊นท์ และเตรียมอาหารเย็น ข้างบนลานสน มีบริการ ถังน้ำให้เช่า สำหรับ ตักน้ำที่ลำธาร หรือ น้ำฝนมาใช้ 
ส่วนห้องน้ำมีบริการเป็นห้อง แต่ต้องตักน้ำจากลำธารเข้าไปใช้ในห้องน้ำเอง




















หลังจากจัดการกางเต๊นท์ทำอาหารเย็นเราก็พักผ่อนจากที่เดินเหนื่อยมา ถ่ายรูปบ้างคุยกันตั้งวงสนทนา อาบน้ำตามอัธยาศํย และก็ไปชมพระอาทิตย์ตก บริเวณ จุดชมวิวกัน
พอมืดก็แยกย้ายกันเข้านอน ถ้าใครไม่ง่วงก็นั่งคุยกัน ตามประสา คนเดินทาง แต่โชคดี วันที่เราไปฟ้าเปิด จึงได้นอนดูดาวที่ภูสอยดาว ฟินสุดๆเลยครับ
เช้าอีกวัน หลังจากที่เรานอนพักกันแล้ว ก็ตื่นมาจัดการอาหารเช้าที่เราเตรียมมา เรียบร้อยเราก็เริ่มเดินชมลานสนกัน เริ่มจากน้ำตก สายทิพย์ ทางลงค่อนข้างลื่น แต่ลงไปแล้วก็สวยงามมากๆครับ แถมน้ำก็เย็นสุดๆเลยที่เดียว




















ขึ้นจากน้ำตก แล้วเราก็พักทานอาหารกลางวัน กัน แล้วก็ออกเดินเที่ยวกันต่อไปยังหลักเขตแดน ไทย-ลาว และจุดชมวิวต่างๆ บอกว่า โรแมนติกมากๆ ครับ






















แล้วก่อนเราจะก็จัดการอาหารเย็น มีสายฝนโปรยมาเล็กน้อย หลังจาก ฝนซาเราก็ถือว่าโชคดีอีกครั้ง ที่มีรุ้งกินน้ำมาให้เราได้ชมกันสวยจริงๆ





















หลังจากทานอาหารเย็น เราก็นอนพักผ่อน เพื่อเดินทางกลับในรุ่งเช้า
เช้าวันสุดท้ายเราจัดการอาหารเช้า และไม่ลืมเตรียมอาหารเที่ยงเพื่อทานระหว่างทาง




















เวลา ประมาณ 9.00 เราเริ่มเดินลงจากลานสน โดยลูกหาบเป็นชุดเดิมเรานัดไว้ ตั้งแต่วันที่เราขึ้น
ขาลงเราใช้เวลา ประมาณ 3 ชม. เราแวะเล่นน้ำกันที่ น้ำตก ภูสอยดาว ด้านล่าง ขาลงเราควรเตรียม ชุดใส่กลับและอุปกรณ์อาบน้ำ ติดตัวลงมาเพราะบางที่เรามาถึงก่อนลูกหาบ จะได้อาบน้ำได้เลย ไม่ต้องรอ เราทานอาหาร  ระหว่างทาง  ก่อนจะเดินทางกลับ กทม.โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจ ณ  ภูสอยดาว......
เพิ่มเติมเล็กน้อย......

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ครับ

  • ค่าบัตรผ่านเข้าอช. ผู้ใหญ่ 40 
  • ค่าธรรมเนียม รถยนต์ คันล่ะ 30 บ. 
  • เอาเต็นท์มาเองเสียค่ากางเต็นท์ คนล่ะ 30 / คืน
  • ค่าลูกหาบกิโลกรัมล่ะ 35 บ
  • แผ่นรองนอน 20 / คืน
  • ถุงนอน 30 บ./คืน 
  • ถังน้ำใช้ข้างบนพร้อมขัน ถัง 20 บาท/ วัน

ช่วงเวลาที่เหมาะเที่ยว ภูสอยดาว จะเป็นช่วงหน้าฝน คือประมาณ เดือน กรกฏาคน ถึง กันยายน แต่ใครอยากไปเที่ยวช่วงหน้าหนาว ก็สามารถไปได้แต่จะสวยไปอีกแบบ แต่ต้องสอบถามทางอุทยานก่อนนะครับว่าเปิดให้ขึ้นได้ถึงเมื่อไร
ภูสอยดาว ไม่มีตัวทาก แต่จะมี  ตัวคุ่น ที่ กัดแล้ว คันมากเลยที่เดียว